วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 12

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 12
วันที่ 25 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ
      วันนี้นำเสนอ  mind map ของแต่ละกลุ่มที่นำไปแก้ไข เนื้อหาข้อมูล และความสมดุลของ mind map


กลุ่มของดิฉันทำหน่วยส้ม






การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     รู้วิธีทำ mind map ที่ถูกต้อง ต้องเรียงตามเข็มนาฬิกา โดยเรียงจาก มุมบนด้านซ้ายลงไปเรื่อยๆ และแย่งการเขียนเนื้อหาให้ทั้งสองข้างสมดุลกัน

ประเมินผู้สอน
     อาจารย์ให้คำแนะนำวิธีการทำ mind map ทุกขั้นตอน ทำให้เข้าใจและทำงานออกมาอย่างถูกต้อง

ประเมินเพื่อน
    เพื่อนๆตั้งใจนำเสนองาน ข้อบกพร่องที่อาจารย์ได้บอก เพื่อนได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

ประเมินตนเอง
    ตั้งใจฟังเพื่อนกลุ่มอื่นนำเสนอ เพื่อจะนำความรู้ไปใช้ได้ในอนาคต

ประเมินสภาพแวดล้อม
     แอร์หนาวมาก ไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ถ้าหากปิดก็จะร้อน




บันทึกการเรียน ครั้งที่ 11

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 11
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ
         วันนี้นำเสนอของเล่นประดิษฐ์ของแต่ละกลุ่ม (กลุ่มละ 3คน) โดยแต่ละกลุ่มมีรายชื่อของเล่น ดังนี้
1.ไข่มหัศจรรย์
2.แม่เหล็กเต้นระบำ
3.วงจรของโลก
4.Twin Plane
5.ระบบสุริยะจักรวาล
6.ผีเสื้อเริงระบำ
7.จานหรรษา
8.นาฬิกาธรรมชาติ
9.ภาพขยายใต้สายน้ำ

                                       โดยกลุ่มของดิฉัน ทำของเล่น คือ ภาพขยายใต้สายน้ำ





อุปกรณ์ การประดิษฐ์ภาพขยายใต้สายน้ำ
1.ถังน้ำขนาด 5 ลิตร 2 ใบ
2.พลาสติกใส ความยาว 1 เมตร
3.เชือก 2 เส้น
4.วัตถุที่นำมาให้สังเกต (วัตถุควรเหมือนกัน จะได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน)

วิธีการทำ

1.ตัดส่วนบนของถังน้ำ โดยตัดทั้ง 1 ใบ ให้มีขนาดเท่ากัน



2.ตัดช่องสีเหลี่ยมที่ด้านล่างถัง ให้มีขนาดพอเหมาะที่จะใส่วัตถุที่จะสังเกต (ตัดทั้ง 2 ใบ)


3.นำพลาสติกใส่มาคลุมส่วนบนของถังที่ตัดออกไป 
เพื่อทำให้พลาสติกหย่อนเล็กน้อย(เอาไว้ใส่น้ำ) จากนั้นผูกด้วยเชือกให้แน่น
(ทำให้เหมือนกันทั้ง 2 ถัง)


วิธีการเล่น
1.เทน้ำใส่ลงบนแผ่นพลาสติกใสที่หุ้มอยู่บนถัง โดยใส่น้ำทั้ง 2 ถังให้มีปริมาณที่เท่ากัน
2.ใส่วัตถุที่จะสังเกตในช่องด้านล่างถัง โดยวัตถุจะต้องเหมือนกัน เพื่อให้สังเกตถึงความแตกต่างได้ง่ายชึ้น
3.สังเกตความแตกต่าง โดยมองจากด้านบนของถังน้ำ

ของเล่นชิ้นนี้ มีหลักวิทยาศาสตร์ คือ การหักเหของแสง
         การหักเหของแสง เป็นสมบัติอย่างหนุ่งของแสงโดยปกติแสงจะเดินทางเป็นเส้นตรง เมื่อเดินทางผ่านวัตถุโปร่งใสชนิดเดียวกัน แต่บางครั้งการเดินทางของแสงผ่านวัตถุ 2 ชนิด เช่น แสงเดินทางผ่านอากาศแล้วผ่านไปในน้ำ การเดินทางของแสงในวัตถุทั้ง 2 จะเป็นเส้นตรง แต่ไม่อยู่ในแนวเดียวกัน นั่นคือ แสงจะเกืดการหักเหไปจากแนวเดิม ตรงรอยต่อของระหว่างผิวของวัตถุทั้งสองชนิดนั้น

การจัดประสบการณ์แบบ STEM

1.หลักการเลือก หัวข้อเรื่อง
   - เลือกเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก
   - เลือกเรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็ก

2.นำหัวข้อเรื่องมาแตกองค์ความรู้
   - สายพันธุ์ , ประเภท
   - ลักษณะ
   - การดูแลรักษา , การเจริญเติบโต
   - การถนอมอาหาร , การแปรรูป
   - ประโยชน์ , โทษ

3.เครื่องมือการเรียนรู้
   - คณิตศาสตร์
   - ภาษา

4.เรื่องต้องสัมพันธ์กับกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย
   สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
   สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
   สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
   สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 
   สาระที่ 5 พลังงาน
   สาระที่ 6 กระบวนการการเปลี่ยนแปลงของโลก
   สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
   สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนลยี

5.วิธีการทางวิทยาศาสตร์
   - ตั้งขอบข่ายปัญหา
   - ตั้งสมมติฐาน
   - การทดลอง
   - วิเคราะห์ สรุป

6.คำนึงถึงเจตคติทางวิทยาศาสตร์
   - ความอยากรู้ อยากเห็น
   - ความพยายาม
   - ความรอบขอบ มีระเบียบ
   - ความซื่อสัตย์
   - มีเหตุผล
   - ใจกว้าง

ตัวอย่างการแตกองค์ความรู้


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
   สามารถเขียน mind map ได้ถูกวิธี และครอบคลุมเนื้อหาครอบถ้วน

ประเมินผู้สอน
   อาจารย์คอยสอนทีละขั้นตอน ค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็น ทำให้เข้าใจงาน และวิธีการทำงานอย่างแท้จริง

ประเมินเพื่อน
   เพื่อนๆตั้งใจทำงาน พยายามทำงานออกมาให้ดีที่สุด

ประเมินตนเอง
   ช่วยเพื่อนแสดงความคิดเห็น และช่วยทำงานกลุ่มอย่างตั้งใจ

ประเมินสภาพแวดล้อม
     สนุกสนาน เนื่องจากได้ทำงานร่วมกับเพื่อนและได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน ทำให้การเรียนวันนี้ไม่ค่อยตึงเครียด











วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 10

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 10
วันที่ 11 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.
                ความรู้ที่ได้รับ
                     วันนี้ ครูให้เขียนวิธีทำของเล่นที่ประดิษฐ์ (โทรศัพท์ รับสาย) โดยเขียนเป็นลำดับขั้น แต่เขียนข้อความให้กระชับ เข้าใจง่าย


                จากนั้นเมื่อเขียนเสร็จให้เอาไปติดที่กระดาน โดย 1 แถวติด 3 แผ่น (3คน)


-           การเขียนผังกราฟฟิก เพื่อให้เขียนกระชับ และเข้าใจง่าย
-           ผังกราฟฟิก เป็นเครื่องมือในการนำเสนอ เป็นตัว T = Technology (STEM) ข้างในเป็นข้อมูลที่เป็นลำดับขั้น คือ การวางแผน เป็นตัว E = Engineer (STEM) และการเขียนเป็นลำดับ เป็น M = Mathematics (STEM)

จากนั้นให้จับกลุ่ม 8 คน (มี 4 กลุ่ม) แล้วเลือกของเล่น 1 ชิ้น เพื่อจะนำมาสอนเด็ก
ครูยกตัวอย่างเช่น ของเล่นคานดีด แล้วตั้งคำถามกับเด็กว่า ถ้าครูเอาปอมๆไปวางไว้ตรงนั้น แล้วครูกดตรงนี้ เด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น (เด็กได้สังเกต) จากนั้นหาว่า คานดีดของใครดีกว่า(ให้เด็กแข่งกัน) โดยจะมีเครื่องมือวัด เช่น นิ้ว,ฝ่ามือ เมื่อแข่งขันเสร็จแล้ว ให้เขียนเป็นผังกราฟฟิก โดยขั้นที่ 1 ให้เขียนคนที่ ดีดไปได้ไกลที่สุด แล้วทำยังไงถึงไปได้ไกล โดยไล่ลำดับ 2 3 4 ลงมาเรื่อยๆ เป็นต้น
                โดยกลุ่มของเรา จะทำของเล่น ชื่อว่า พลังปริศนา โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1.ร้องเพลงสงบเด็ก
2.เตรียมอุปกรณ์วางให้เด็กดูหน้าห้องเรียน แล้วถามเด็กว่า “เด็กๆคิดว่าวันนี้เราจะมาทำอะไรกัน”
3.แนะนำอุปกรณ์โดยใช้คำถามว่า “เด็กๆรู้จักอุปกรณ์ชิ้นไหนบ้างที่อยู่ตรงนี้ แล้วสามารถนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปทำอะไรได้บ้าง” โดยถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนที่เด็กไม่รู้จัก ให้ครูบอกชื่ออุปกรณ์นั้น (ยกขึ้นมาให้เด็กดู) แล้วให้เด็กพูดชื่ออุปกรณ์นั้นตามครู
4.แนะนำอุปกรณ์
                1.แผ่นซีดี 1 แผ่น
                2.ฝาขวดน้ำ 1 ฝา
                3.หน่วยวัด (ใช้คืบในการวัด) 1 คืบ
                4.สายยาง 1 เมตร
5.เปิดคลิปวิดีโอ
6.สาธิตการประดิษฐ์ พลังปริศนา โดยพูดกับเด็กว่า “วันนี้ครูมีกิจกรรมมาให้เด็กๆทำด้วย โดยครูจะทำให้ดูก่อนหนึ่งรอบ แล้วเด็กคนไหนนั่งเรียบร้อยที่สุด จะได้ออกมาช่วยครู” เป็นการทำให้เด็กมีส่วนร่วมในการวัดความยาวของสายยาง
7.ขั้นตอนการทำ
                1.ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์เจาะรูที่ฝาขวดให้มีขนาดพอดีกับสายยางที่เตรียมไว้
                2.นำสายยางใส่เข้าไปในรูฝาขวด
                3.ติดกาวบริเวณที่เจาะรูทั้งด้านนอกและด้านในของฝาขวด ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง
                4.เมื่อกาวแห้งแล้ว นำฝาขวดติดกับแผ่นซีดี
8.ใช้คำถามว่า "วิธีการที่ทำให้แผ่นซีดีลอย ทำได้อย่างไรบ้าง" จากนั้นถามว่า "ถ้าเป่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น" แล้วชวนเด็กไปทดลอง
9.ให้เด็กแข่งขัน โดยครูกำหนดบริเวณ(พื้นที่การแข่งขัน) โดยเป่าซีดีได้เพียงหนึ่งครั้ง ถ้าของคนไหนไปได้ไกลกว่าเป็นผู้ชนะโดยมีเครื่องมือในการวัด คือ คืบ (รูปมือขนาด 1คืบ) ถามเด็กว่า “ทำไมของ(เด็กที่ชนะ)ถึงไปได้ไกลกว่าเพื่อน” จากนั้นบันทึกลงผังกราฟฟิก เหตุผลที่ไกล-ใกล้กว่า จะทำให้เด็กได้สังเกต --- เกิดการเปรียบเทียบ --- ได้ข้อมูล --- นำมาพิจาณาเลือก/ตัดสินใจ
10.สรุปผลการทดลอง ถามเด็กว่า “เด็กๆคิดว่าแผ่นซีดีลอยได้เพราะอะไร”



                การนำไปประยุกต์ใช้
                สามารถนำไปใช้ได้จริงในอนาคต โดยของเล่นที่ประดิษฐ์ เป็นการประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ และเด็กสามารถทำได้เอง อีกทั้งเด็กยังได้เล่น เพราะการเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ของเด็ก
                การประเมิน
                การประเมินตนเอง ช่วยระดมความคิด ฟังกลุ่มอื่นแล้วนำมาปรับปรุงของกลุ่มตนเอง
                การประเมินเพื่อน เพื่อนๆช่วยกันฟัง ทั้งกลุ่มของตนเอง และกลุ่มของคนอื่น เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

                การประเมินผู้สอน ครูบอกข้อดีและข้อเสียของกิจกรรม คอยแนะนำ ว่าควรปรับปรุงอย่างไรตรงไหน เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                การประเมินสภาพแวดล้อม แอร์หนาวมาก บรรยากาศสนุกสนานแต่ก็แอบตึงเครียดเล็กน้อยตอนที่ต้องออกไปนำเสนองาน

บันทึกการเรียน ครั้งที 9

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 9
วันที่ 4 ตุลาคม 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.
                ความรู้ที่ได้รับ
                     วันนี้มีพี่ๆฝึกประสบการณ์ ปี 5 มาสอนทำทาโกะยากิไข่ข้าว โดยพี่ๆ แนะนำทุกขั้นตอนอย่างละเอียดว่า หากไปสอนเด็กจริงๆ ต้องทำอย่างไร พูดอย่างไร
                     โดยขั้นนำ เราจะพาเด็กร้องเพลง หรือ คำคล้องจองที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่เรียน โดยครูจะเป็นผู้อ่านให้ฟังก่อน 1 รอบ จากนั้น ให้พูดว่า ต่อไปเด็กๆร้องตามครูทีละท่อนนะคะ เมื่อร้องตามเสร็จแล้ว รอบสุดท้าย ครูและเด็กจะร้องพร้อมกัน โดยวันนี้ เพลงที่พี่ๆนำมาสอนคือ เพลง อาหารดี
เนื้อเพลง อาหารดี
                                                อาหารดีและมีประโยชน์                       คือผักสด เนื้อหมู ปู ปลา
                                เป็ด ไก่ ไข่ นม ผลไม้ นานา                                   ล้วนมีคุณค่าต่อร่างกายของเรา
                เมื่อร้องเสร็จแล้ว ครูถามเด็กๆว่า  ในเนื้อเพลงมีอะไรบ้างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อเด็กตอบ ให้ถามต่อว่า แล้วนอกจากในเนื้อเพลง ยังมีอาหารอะไรอีกบ้างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา
                จากนั้นให้เด็กๆดูอุปกรณ์ แล้วถามว่า เด็กๆคิดว่าวันนี้เราจะมาทำอะไรกัน เมื่อเด็กตอบแล้ว ครูแนะนำอุปกรณ์ทีละอย่าง แล้วถามเด็กว่า เด็กๆรู้จักไหมคะ อันนี้คืออะไร ถ้าเด็กไม่รู้จัก ให้ครูพูดชื่อสิ่งนั้น แล้วให้เด็กพูดตามครู
                ถึงขั้นตอนใส่ส่วนผสม ให้เด็กๆนับส่วนผสมพร้อมๆกัน เช่น ใส่แครอท ช้อนที่ 1 2 3 แล้วถามว่า เมื่อกี้ใส่แครอทไปกี่ช้อนนะ
                ก่อนเอาส่วนผสมลงกระทะ ให้ถามเด็กๆว่า เด็กๆจะรู้ได้อย่างไรคะ ว่ากระทะร้อน, แล้วถ้าครูใส่มาการีนลงไปในกระทะร้อนๆจะเป็นอย่างไรคะ
                จากนั้นใส่ส่วนผสมลงไปในเตาทาโกยากิ
*เมื่อสอนเด็กทำอาหาร ส่วนผสมจะไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด
*ในทุกๆขั้นตอน ต้องให้เด็กมีส่วนร่วม เพราะการเสริมประสบการณ์ คือการให้เด็กมีส่วนร่วม
*ครูต้องทำให้เด็กดูก่อน ทุกขั้นตอน ถึงจะให้เด็กลงมือทำ

                จากนั้น พี่ๆแบ่งเราออกเป็น 4 ฐาน
1.ฐานวาดรูปส่วนผสม ทาโกะยากิไข่ข้าว
2.ฐานหั่นส่วนผสม *มีดที่ให้เด็กใช้ จะเป็นมีดพลาสติก และขณะทำ ครูจะต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด
3.นำส่วนผสมมาคลุกให้เข้ากัน
4.นำส่วนผสมที่ได้ ลงเตาทาโกะยากิ








                การนำไปประยุกต์ใช้
-           รู้และเห็นภาพ เวลาสอนเด็กทำอาหารว่าควรต้องทำอย่างไรก่อน-หลัง ในแต่ละขั้นตอนมีวิธีการอย่างไร
                      การประเมิน
การประเมินตนเอง ตั้งใจฟัง จดบันทึก และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
การประเมินเพื่อน สนุกสนาน จดบันทึกขั้นตอนการสอน และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
การประเมินผู้สอน พี่ๆตั้งใจสอน อยากให้เราได้ความรู้ให้ได้มากที่สุด มีการให้รายละเอียดเยอะว่า ขั้นตอนนี้ต้องพูดแบบนี้ ทำแบบนี้ เมื่อมีคำถาม พี่ก็ให้คำตอบได้ และนอกจากนี้ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรงเรียนที่จะต้องไปฝึกประสบการณ์อีกด้วย
การประเมินสภาพแวดล้อม บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุกสนาน โดยส่วนตัวชอบการเรียนการสอนวันนี้มากค่ะ เพราะไม่เคยทำ และยังไม่เคยเห็นการสอน Cooking แบบจริงๆ

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 8

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 8
วันที่ 27 กันยายน 2559



สอบกลางภาค

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7
วันที่ 20 กันยายน 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.


ความรู้ที่ได้รับ
     วันนี้เริ่มต้นชั่วโมง อาจารย์ให้คัดลายมือ เพื่อจะได้ติดเป็นนิสัย เพราะในอนาคตเมื่อไปสอนเด็กต้องเขียนให้เด็กดู เป็นต้นแบบของเด็ก เพราะการเขียนให้เด็กดู เป็นการทำให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาธรรมชาติ


     จากนั้นอาจารย์ให้นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ของตนเอง ของเล่นของดิฉันคือ โทรศัพท์รับสาย แต่เนื่องจากคราวที่แล้ว อาจารย์แนะนำข้อบกพร่องมาว่าสิ่งที่ฉันทำมันซ้ำกับคนอื่น เด็กอาจจะเคยเล่นแล้ว อาจารย์จึงแนะนำให้ปรับปรุงให้มันแตกต่าง ดิฉันจึงทำโทรศัพท์ที่มีตัวกลางหลายอย่าง คือ ลวดอ่อน เชือกฟาง และเส้นเอ็น ซึ่งการที่เปลี่ยนตัวกลางจะทำให้เด็กได้สังเกตถึงความแตกต่าง นอกจากนี้ฉันยังทำโทรศัพท์แบบที่มีผู้พูด 1 คน แต่สามารถฟังได้ถึง 2 คน







     จากนั้นอาจารย์ได้ทำการทดลองของน้ำ ทำให้เห็นคุณสมบัติของน้ำว่าน้ำเป็นของเหลว จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เปลี่ยนรูปร่างตามภาชนะ และจะรักษาระดับของตนเอง



     จากนั้นอาจารย์ได้ให้ทดลองทำกิจกรรมดอกไม้บาน โดยขั้นแรกจะให้วาดรูปดอกไม้ แล้วตัดกระดาษ จากนั้นระบายสีตรงกลางดอก แล้วพับส่วนที่เป็นดอกเข้าหากัน แล้วเอาไปลอยในน้ำที่อาจารย์เตรียมไว้ให้


     จะเห็นได้ว่า ดอกไม้จะบานออก โดยที่ไม่ต้องใช้มือเปิด เพราะว่า เมื่อโมเลกุลของกระดาษมีช่องว่างน้ำจะซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อกระดาษทำให้กระดาษบานออก และถ้าหากเราทิ้งกระดาษไว้นานๆ กระดาษก็จะจม เพราะน้ำจะซึมเข้าไปมากขึ้น ทำให้กระดาษหนักขึ้น

การนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคต
     การประดิษฐ์ หรือการทำงานต่างๆ ไม่ควรทำซ้ำเดิม เพราะเด็กก็จะได้ประสบการณ์แบบเดิมๆ แต่ควรดัดแปลงจากเดิม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู็อะไรที่แปลกใหม่  และยังเป็นการท้าทายความสามารถ เพิ่มเติมความรู้ให้ตัวเราเองด้วย

ประเมินผู้สอน
     อาจารย์ได้สอนสิ่งที่ไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน ทำให้นักศึกษามีความรู้ และได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่ ที่สามารถนำไปสอนเด็กได้ในอนาคต

ประเมินเพื่อน
    เพื่อนตั้งใจนำเสนอของเล่นของตนเอง และตื่นเต้นกับการทดลอง ที่อาจารย์นำมาสอน

ประเมินตนเอง
     ประทับใจตนเองที่ไม่ถอดใจ เปลี่ยนไปทำของเล่นประดิษฐ์อย่างอื่น แต่ดัดแปลงของเล่นให้มีความแปลกใหม่ ทำให้อาจารย์ยอมรับได้

ประเมินสภาพแวดล้อม
     บรรยากาศชวนให้ตื่นเต้น แอร์ที่หนาวอยู่แล้วก็ทำให้รู้สึกหนาวกว่าปกติ เพราะต้องมีความตื่นเต้นก่อนออกไปนำเสนอผลงานของตนเอง




บันทึกการเรียน ครั้งที่ 6

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 6

วันที่ 13 กันยายน 2559
เวลา 13.30 - 17.30 น.


ความรู้ที่ได้รับ
     เริ่มเรียนวันนี้อาจารย์ให้คัดลายมือ เพื่อให้ติด จนเขียนออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะในอนาคต ต้องเขียนเป็นต้นแบบให้เด็ก



จากนั้นอาจาย์ได้ให้ดู คลิปวิโอ ความลับของแสง

     ความรู้ที่ได้รับจากการชมคลิป ความลับของแสง คือแสงเป็นคลื่นชนิดหนึ่ง เดินทางเป็นเส้นตรง300000/วินาที
คุณสมบัติของแสง
การเดินทางเป็นเส้นตรง (Rectilinear propagation)
การหักเห (Refraction)
การสะท้อน (Reflection)
การกระจาย (Dispersion)

     เมื่อดูคลิปจบแล้ว อาจารย์ได้นำของเล่นมาให้ดู





การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     รู้จักวื่อวิทยาศาสตร์หลายชนิด เพื่อนำไปสอนเด็กได้ในอนาคต

ประเมินผู้สอน
     อาจารย์เตรียมสื่อการสอนมาหลากหลาย ทำให้นักศึกษาได้เห็นภาพ เห็นของจริง เพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนมากขึ้น

ประเมินเพื่อน
     เพื่อนๆตั้งใจเรียน ตั้งใจฟัง และสนใจสื่อที่อาจารย์เตรียมมาให้ดู

ประเมินตนเอง
     ชอบสื่อวิทยาศาสตร์ที่อาจารย์เตรียมมาให้ สนใจเนื้อหาที่อาจารย์เตรียมมาสอน

ประเมินสภาพแวดล้อม
     บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ของเพื่อนๆคะ